{{'TITLE_HEADER_CONTACT'|translate}}

สร้างแบรนด์ด้วย OEM/ODM จากจีนสำหรับ SME ไทย ปี 2026

สร้างแบรนด์ด้วย OEM/ODM จากจีนสำหรับ SME ไทย

 

การมีแบรนด์เป็นของตัวเองเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้ SME ไทยสร้างความแตกต่างจากสินค้าทั่วไปในตลาดได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างโรงงานเองตั้งแต่เริ่มต้น ปัจจุบันผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้บริการ OEM และ ODM จากโรงงานจีน เพื่อพัฒนาสินค้าภายใต้แบรนด์ของตัวเองได้หลากหลายประเภท

จีนมีผู้ผลิตและโรงงานจำนวนมาก ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าแฟชั่น ของใช้ในบ้าน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกโรงงานให้เหมาะกับงบประมาณ รูปแบบสินค้า และจำนวนที่ต้องการผลิตได้

อย่างไรก็ตาม การสร้างแบรนด์จากจีนไม่ได้มีเพียงเรื่อง “หาราคาถูก” แต่ควรพิจารณาตั้งแต่การเลือกสินค้า โรงงาน ขั้นต่ำในการสั่งซื้อ (MOQ) คุณภาพ ตัวอย่างสินค้า บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงข้อกำหนดในการนำเข้าสินค้ามาขายในประเทศไทย

 

อ่านตามหัวข้อที่สนใจ

  1. OEM และ ODM คืออะไร? ต่างกันอย่างไร?
    1. OEM คืออะไร?
    2. ODM คืออะไร?
  2. OEM กับ ODM แบบไหนเหมาะกับ SME ไทย?
  3. ทำไม SME ไทยจึงเลือกผลิตสินค้า OEM/ODM จากจีน?
    1. มีโรงงานและสินค้าหลากหลายประเภท
    2. เลือกระดับการผลิตให้เหมาะกับงบประมาณ
    3. เริ่มจากจำนวนน้อยแล้วค่อยขยายได้
  4. วิธีเริ่มสร้างแบรนด์ด้วย OEM/ODM จากจีน
    1. 1. เลือกประเภทสินค้าและกลุ่มลูกค้า
    2. 2. ค้นหาและเปรียบเทียบโรงงานจีน
    3. 3. ขอสินค้าตัวอย่างก่อนผลิตจริง
    4. 4. ตกลง MOQ และรายละเอียดการผลิต
    5. 5. คำนวณต้นทุนรวมก่อนสั่งผลิต
  5. สิ่งที่ต้องเช็กก่อนนำสินค้า OEM/ODM มาขายในไทย
  6. Pannylala ช่วยเรื่องการสั่งซื้อและนำเข้าสินค้าจากจีนได้อย่างไร?
    1. ช่วยลดขั้นตอนในการสั่งซื้อจากจีน
    2. เหมาะกับ SME ที่ต้องการเริ่มต้นจากจีน
  7. สรุป

 

OEM และ ODM คืออะไร? ต่างกันอย่างไร?

ก่อนเริ่มติดต่อโรงงานจีน ควรทำความเข้าใจก่อนว่า OEM และ ODM แตกต่างกันอย่างไร เพราะรูปแบบการผลิตมีผลต่อการออกแบบสินค้า ต้นทุน และระยะเวลาในการเริ่มขาย

OEM คืออะไร?

เปรียบเทียบ OEM และ ODM จากจีน

เปรียบเทียบ OEM และ ODM จากจีน

OEM (Original Equipment Manufacturer) คือการผลิตสินค้าตามแบบหรือรายละเอียดที่เจ้าของแบรนด์กำหนด โดยผู้ประกอบการสามารถกำหนดรายละเอียดของสินค้า เช่น วัสดุ สี ขนาด รูปแบบ โลโก้ บรรจุภัณฑ์ หรือคุณสมบัติต่าง ๆ ตามความต้องการและข้อตกลงกับโรงงาน

OEM จึงเหมาะกับธุรกิจที่มีแนวคิดหรือรายละเอียดสินค้าอยู่แล้ว และต้องการพัฒนาสินค้าให้มีเอกลักษณ์ของแบรนด์ตัวเอง

ข้อดีของ OEM

  • สามารถกำหนดรายละเอียดสินค้าได้มากขึ้น

  • สร้างความแตกต่างจากสินค้าทั่วไปได้

  • เหมาะกับผู้ที่มีแบบสินค้า โลโก้ หรือแนวคิดผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว

  • สามารถพัฒนาสินค้าให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ODM คืออะไร?

ODM (Original Design Manufacturer) คือการที่โรงงานมีแบบสินค้าและความเชี่ยวชาญในการพัฒนาอยู่แล้ว และเปิดให้เจ้าของแบรนด์นำสินค้าไปปรับรายละเอียด เช่น โลโก้ สี บรรจุภัณฑ์ หรือรายละเอียดบางส่วนตามเงื่อนไขของโรงงาน

รูปแบบนี้เหมาะกับ SME ที่ต้องการเริ่มต้นแบรนด์ แต่ยังไม่มีทีมออกแบบหรือไม่ต้องการพัฒนาสินค้าทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง

ข้อดีของ ODM

  • เริ่มต้นได้เร็วกว่าเมื่อเทียบกับการพัฒนาสินค้าใหม่ทั้งหมด

  • มีสินค้าและแนวทางการผลิตจากโรงงานอยู่แล้ว

  • ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์

  • เหมาะสำหรับการทดลองตลาดก่อนขยายการผลิต


 

OEM กับ ODM แบบไหนเหมาะกับ SME ไทย?

ไม่มีรูปแบบใดที่เหมาะกับทุกธุรกิจ การเลือกควรพิจารณาจากงบประมาณ ความต้องการด้านการออกแบบ และเป้าหมายของแบรนด์

หัวข้อ

OEM

ODM

การออกแบบ

ลูกค้ากำหนดเป็นหลัก

โรงงานมีแบบให้

การปรับสินค้า

ปรับได้มากกว่า

ขึ้นอยู่กับโรงงาน

ระยะเวลาเริ่มผลิต

อาจใช้เวลามากกว่า

โดยทั่วไปเริ่มได้เร็วกว่า

เหมาะกับ

ผู้มีแบบสินค้า

ผู้เริ่มต้นสร้างแบรนด์

ความแตกต่างของสินค้า

ทำได้มากกว่า

ขึ้นอยู่กับรูปแบบที่โรงงานมี

หากต้องการสร้างสินค้าที่มีรายละเอียดเฉพาะของแบรนด์มาก ๆ อาจเลือก OEM ส่วนผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเร็วและทดลองตลาด ODM อาจเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่า


 

ทำไม SME ไทยจึงเลือกผลิตสินค้า OEM/ODM จากจีน?

มีโรงงานและสินค้าหลากหลายประเภท

จีนมีฐานการผลิตขนาดใหญ่และมีโรงงานที่เชี่ยวชาญในสินค้าหลายกลุ่ม ทำให้ผู้ประกอบการสามารถค้นหาโรงงานตามประเภทสินค้าและรูปแบบการผลิตที่ต้องการได้

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นสร้างแบรนด์ การค้นหาโรงงานผ่านแพลตฟอร์มอย่าง 1688 ยังช่วยให้เห็นสินค้า ราคา และผู้ผลิตหลายรายเพื่อนำมาเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ

เลือกระดับการผลิตให้เหมาะกับงบประมาณ

แต่ละโรงงานมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ทั้ง MOQ วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ การติดโลโก้ และการปรับสูตรหรือดีไซน์ ผู้ประกอบการจึงสามารถเปรียบเทียบหลายโรงงานก่อนเลือกเงื่อนไขที่เหมาะกับธุรกิจ

เริ่มจากจำนวนน้อยแล้วค่อยขยายได้

ไม่ใช่ทุกโรงงานจะกำหนด MOQ เท่ากัน บางโรงงานอาจรองรับจำนวนเริ่มต้นที่ไม่สูงมาก ขณะที่สินค้าที่ต้องพัฒนาแบบหรือสูตรเฉพาะอาจมี MOQ สูงกว่า

ดังนั้น ก่อนสั่งผลิตควรถามโรงงานให้ชัดเจนว่า MOQ เท่าไร ราคาต่อหน่วยเท่าไร และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอะไรบ้าง


 

วิธีเริ่มสร้างแบรนด์ด้วย OEM/ODM จากจีน

การเริ่มต้นสร้างแบรนด์ไม่ควรรีบสั่งผลิตจำนวนมากตั้งแต่ครั้งแรก แต่ควรแบ่งขั้นตอนให้ชัดเจนเพื่อช่วยลดความเสี่ยง

ขั้นตอนสั่งผลิตสินค้า OEM ODM จากจีน

ขั้นตอนสั่งผลิตสินค้า OEM ODM จากจีน

1. เลือกประเภทสินค้าและกลุ่มลูกค้า

เริ่มจากกำหนดก่อนว่าจะขายสินค้าอะไร และต้องการขายให้ใคร เช่น สินค้าแฟชั่น ของใช้ในบ้าน อุปกรณ์เสริม สินค้าแม่และเด็ก หรือสินค้าไลฟ์สไตล์

นอกจากความนิยมของสินค้าแล้ว ควรพิจารณาต้นทุน ราคาขาย คู่แข่ง และความสามารถในการนำเข้าสินค้าประเภทนั้นมาจำหน่ายในประเทศไทยด้วย

2. ค้นหาและเปรียบเทียบโรงงานจีน

ไม่ควรเลือกโรงงานจากราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว ควรเปรียบเทียบข้อมูลอย่างน้อย 3–5 โรงงาน เช่น

  • ขั้นต่ำในการสั่งซื้อ

  • ราคาต่อหน่วย

  • ระยะเวลาผลิต

  • วัสดุและรายละเอียดสินค้า

  • การติดโลโก้และทำบรรจุภัณฑ์

  • ค่าแม่พิมพ์หรือค่าพัฒนาสินค้า

  • เงื่อนไขการสั่งตัวอย่าง

  • ประสบการณ์ในการผลิตสินค้าประเภทเดียวกัน

การขอข้อมูลจากหลายโรงงานจะช่วยให้เห็นต้นทุนและเงื่อนไขที่แตกต่างกันก่อนตัดสินใจ

3. ขอสินค้าตัวอย่างก่อนผลิตจริง

การดูรูปสินค้าอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับการทำแบรนด์ ควรขอตัวอย่างเพื่อดูวัสดุ สี ขนาด งานพิมพ์ บรรจุภัณฑ์ และรายละเอียดต่าง ๆ ก่อนสั่งผลิตจำนวนมาก

หากเป็นสินค้าที่ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ควรระบุรายละเอียดและเกณฑ์การตรวจรับให้ชัดเจนกับโรงงานตั้งแต่ก่อนเริ่มผลิต

4. ตกลง MOQ และรายละเอียดการผลิต

เมื่อเลือกโรงงานได้แล้ว ควรตกลงรายละเอียดให้ชัดเจน เช่น จำนวนขั้นต่ำ ราคา ระยะเวลาผลิต โลโก้ บรรจุภัณฑ์ สี วัสดุ และเงื่อนไขการแก้ไขงาน

อย่าดูเฉพาะราคาต่อชิ้น เพราะต้นทุนจริงอาจมีทั้งค่าตัวอย่าง ค่าพิมพ์โลโก้ ค่าแพ็กเกจ ค่าขนส่งภายในจีน และค่าขนส่งมายังประเทศไทย

5. คำนวณต้นทุนรวมก่อนสั่งผลิต

ต้นทุนของการสร้างแบรนด์จากจีนไม่ได้มีเพียงราคาสินค้า แต่ควรรวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น

ต้นทุนรวม = ค่าสินค้า + ค่าขนส่งในจีน + ค่าบริการที่เกี่ยวข้อง + ค่าขนส่งจีน–ไทย + ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าอื่น ๆ (ถ้ามี)

Pannylala ระบุว่าผู้สั่งซื้อควรนำค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มาคำนวณร่วมกันก่อนตัดสินใจ เพื่อให้เห็นต้นทุนจริงของสินค้า ไม่ใช่พิจารณาจากราคาบน Taobao หรือ 1688 เพียงอย่างเดียว

>> อ่านเพิ่มเติม: วิธีนำเข้าสินค้าจากจีน 2026 สำหรับมือใหม่ ยังไงให้ไม่ขาดทุน

>> 5 เทคนิคใช้ภาษาจีนต่อรองราคากับโรงงานจีน ให้ได้ราคาส่งจริง


 

สิ่งที่ต้องเช็กก่อนนำสินค้า OEM/ODM มาขายในไทย

ตรวจสอบสินค้า OEM ก่อนนำเข้า

ตรวจสอบสินค้า OEM ก่อนนำเข้าจากจีน

เรื่องสำคัญที่ SME มักมองข้ามคือ ข้อกำหนดของสินค้าก่อนนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เพราะสินค้าแต่ละประเภทอาจมีข้อกำหนดไม่เหมือนกัน

โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง อาหาร เครื่องมือแพทย์ หรือสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรฐานเฉพาะ อาจต้องมีการจดแจ้ง ขออนุญาต หรือดำเนินการตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนจำหน่าย

ตัวอย่างเช่น เครื่องสำอางที่ผลิต รับจ้างผลิต หรือนำเข้าเพื่อจำหน่าย ต้องแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์ต่อ อย. ก่อนเริ่มผลิตหรือนำเข้า และฉลากเครื่องสำอางต้องเป็นภาษาไทย อ่านได้ชัดเจน และข้อความบนฉลากต้องเป็นความจริง

สำหรับสินค้าบางประเภทที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ สมอ. (TISI) ผู้นำเข้าอาจต้องตรวจสอบว่าสินค้าอยู่ในขอบข่ายมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบเรื่องใบอนุญาตและการแสดงฉลากก่อนนำเข้าเพื่อจำหน่าย

ดังนั้น ก่อนจ่ายเงินให้โรงงาน ควรตรวจสอบข้อกำหนดของสินค้าในประเทศไทยก่อนเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าไม่สามารถนำเข้า หรือไม่สามารถจำหน่ายได้ตามกฎหมาย


 

Pannylala ช่วยเรื่องการสั่งซื้อและนำเข้าสินค้าจากจีนได้อย่างไร?

Pannylala ช่วยนำเข้าสินค้า OEM ODM จากจีน

Pannylala ช่วยสั่งซื้อและนำเข้าสินค้า OEM ODM จากจีนให้ง่ายขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นจากการค้นหาสินค้าและโรงงานจีน แต่ไม่สะดวกจัดการเรื่องภาษา การสั่งซื้อ หรือการขนส่งด้วยตัวเอง Pannylala สามารถช่วยอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการสั่งซื้อและนำเข้าสินค้าจากจีน

Pannylala มีระบบสำหรับค้นหาและสั่งซื้อสินค้าจาก 1688, Taobao และ Tmall โดยสามารถนำลิงก์สินค้าจากแพลตฟอร์มจีนมาใส่ในระบบเพื่อดำเนินการสั่งซื้อได้

นอกจากนี้ Pannylala ยังมีบริการช่วยค้นหาสินค้าและโรงงานจีน รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ช่วยประสานงานและเจรจากับโรงงานสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจจากจีน

ช่วยลดขั้นตอนในการสั่งซื้อจากจีน

ผู้ประกอบการสามารถใช้ระบบ Pannylala เพื่อจัดการคำสั่งซื้อ ติดตามสถานะสินค้า และดำเนินการนำเข้าสินค้าจากจีนมายังประเทศไทยได้สะดวกขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากเป็นการสั่งผลิต OEM/ODM ควรตกลงรายละเอียดกับโรงงานให้เรียบร้อยก่อน เช่น MOQ ราคา ตัวอย่างสินค้า คุณสมบัติสินค้า โลโก้ บรรจุภัณฑ์ และกำหนดการผลิต

เหมาะกับ SME ที่ต้องการเริ่มต้นจากจีน

ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่กำลังทดลองสร้างแบรนด์ หรือผู้ประกอบการที่ต้องการขยายสินค้าใหม่ การมีตัวช่วยด้านการสั่งซื้อและนำเข้าสามารถลดขั้นตอนที่ต้องจัดการด้วยตัวเองได้

แต่สิ่งสำคัญคือควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง “บริการสั่งซื้อและนำเข้า” กับ “การรับรองคุณภาพสินค้าจากโรงงาน” เพราะ Pannylala ไม่ได้เป็นผู้ผลิตสินค้า และเงื่อนไขการตรวจสอบสินค้าจะเป็นไปตามบริการที่ลูกค้าเลือกใช้

>> อ่านเพิ่มเติม: วิธีสั่งซื้อและนำเข้าสินค้าจากจีนผ่าน Pannylala.com

>> สินค้ากวางโจวมีอะไรน่าขาย? รวมสินค้าขายดีและวิธีนำเข้าจากจีน


 

สรุป

การผลิตสินค้าแบบ OEM/ODM จากจีนเป็นอีกทางเลือกสำหรับ SME ไทยที่ต้องการสร้างแบรนด์โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างโรงงานเองตั้งแต่ต้น แต่ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการหาโรงงานที่ราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว

OEM เหมาะกับผู้ที่ต้องการกำหนดรายละเอียดสินค้าเองมากขึ้น ส่วน ODM เหมาะกับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นจากสินค้าหรือแบบที่โรงงานมีอยู่แล้ว

ก่อนสั่งผลิตจริง ควรให้ความสำคัญกับการเลือกโรงงาน MOQ การขอตัวอย่าง การควบคุมคุณภาพ ต้นทุนรวม และข้อกำหนดในการนำเข้าสินค้ามาขายในประเทศไทย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและวางแผนธุรกิจได้รอบคอบมากขึ้น

หากต้องการสั่งซื้อสินค้าจากจีนหรือค้นหาแหล่งสินค้าและโรงงานจีน สามารถใช้ Pannylala เป็นตัวช่วยในการสั่งซื้อและนำเข้าสินค้าจากจีนมายังประเทศไทยได้


 

ช่องทางติดต่อ 

{{'RELATE_POST' | translate}}